| เนื้อที่ |
| เนื้อที่ อาณาเขตของที่สาธารณประโยชน์ดอนยางเหี้ยน(นางเหี้ยน)ยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากมีข้อพิพาทในด้านทิศใต้ที่มีการบุกรุกและใช้วิธีการที่แยบยลทางกฎหมายของผู้บุกรุก 6 รายจนได้เอกสารสิทธิครอบครองยังความไม่พึ่งพอใจของประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ ต่างคัดคานต่อต้านประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นการได้เอกสารการครอบครองที่มิชอบ แต่หากจะใช้ข้อมูลทางราชการที่ได้ทำการสำจวจร่วมจากทุกฝ่ายคือ พนักงานที่ดินองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งเขาหลวง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งเขาหลวง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและตัวแทนประชาชนในพื้นที่ จนได้แผนที่กระดาษ ร.ว.9 ดอนยางเหี้ยนจะมีพื้นที่โดยประมาณ 68 ไร่เศษ แผนที่ ร.ว.9>> |
|
| สภาพโดยทั่วไป |
| ที่สาธารณประโยชน์ดอนยางเหี้ยน สภาพโดยทั่วไปเป็นผืนป่า มีพรรณไม้นานาชนิดขึ้นปกคลุมทั่วบริเวณ เป็นแหล่งใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในพื้นที่เป็นแหล่งหาของป่า เลี้ยงสัตว์ ฯลฯ อดีตมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่หลายชนิด |
| การบุกรุก |
| จากคำให้การของพยานในคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 936/2520 แผนที่>> ลงวันที่ 30 พฤษภาคม 2520 โดยมี นายเมฆ กอสุระเป็นโจทย์ นายอำเภอธวัชบุรีเป็นจำเลยจึงพอจะทำให้ทราบว่า การบุกรุกที่สาธารณประโยชน์แห่งนี้มีมานานแล้วตั้งแต่ พ.ศ.2498 โดยประมาณ ได้มีการฟ้องร้องเพื่ออ้างสิทธิในการครอบครองจำนวน 2 ครั้ง ดังนี้ |
| ครั้งที่ 1 นายเมฆ กอสุระฟ้องนายอำเภอธวัชบุรี คดีสิ้นสุดที่ศาลฎีกา |
| ครั้งที่ 2 ประชาชน 6 รายฟ้องผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดคดีสิ้นสุดที่ศาลอุธรณ์ คดีแดงหมายเลข 1774-1479/2534 ลงวันที่ 29 มีนาคม 2534พิพากษาที่สาธารณประโยชน์ดอนยางเหี้ยน(นางเฮี้ยน)ด้านทิศใต้เป็นที่ดินของผู้บุกรุก 6 ราย ดูแผนที่>> |
 |
| การต่อสู้คัดค้านภาคประชาชน |
| ก่อนผู้บุกรุก 6 รายจะดำเนินการฟ้องร้องเพื่ออ้างสิทธิการครอบครอง ในช่วงเวลาที่นายเมฆ กอสุระฟ้องร้องนายอำเภอธวัชบุรี กลุ่มบุคคลทั้ง 6 รายได้บุกรุกที่สาธารณประโยชน์ดอนยางเหี้ยน(นางเฮี้ยน)อยู่ก่อนแล้ว ต่อมาผู้บุกรุก 6 รายได้รวบรวมเงินลงขันกันเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการฟ้องร้องเพื่ออ้างสิทธิการครอบครอง โดยผู้มีผลประโยชน์ร่วม 1 ใน 6 เป็นถึงผู้นำท้องถิ่น เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองท้องที่รู้นอก รู้ในรู้ใจเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นอย่างดี |
| สมดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้"ความลับย่อมไม่มีในโลก"ประชาชนในพื้นที่ทราบดีว่า มีบุคคล กลุ่มบุคคลใดบ้างที่ได้รับผลประโยชน์ในครั้งนี้ ที่สาธารณประโยชน์ดอนยางเหี้ยน(นางเฮี้ยน)เป็นมรดกที่บรรพชนอาจจะตั้งแต่สมัยเมืองเชียงขวง ได้อนุรักษ์ไว้ให้ชนรุ่นหลังได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันและได้ส่งต่อกันมาเรื่อย ๆ จากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบันนี้ มันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และยุติธรรมกับประชาชนในพื้นที่แล้วหรือกลับสิ่งที่เกิดขึ้น |
| "บุคคลย่อมเป็นไปตามกรรมที่ตนเองกระทำไว้" สัจจธรรมคำนี้ดูเหมือนจะเป็นจริง เป็นสิ่งที่พิสูจน์ให้ประชาชนได้ตระหนักในคำสาปแช่งของบรรพบุรุษ...หากอ้าย..อีใดก็ตามโลภและยึดเอาที่ดินผืนนี้ที่พวกกูทั้งหลายยกให้เป็นสมบัติส่วนรวมสำหรับให้คนรุ่นหลังได้ใช้ในประโยชน์ร่วมกัน ขอให้มันจงมีอันเป็นไป ให้ฉิบหายในทรัพย์ ชื่อเสียงและชีวิตของมันเอง ทั้งในโลกปัจจุบันและอนาคตเทอญ...... |
|
|